Capture

โทษของการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย (สำหรับนายจ้างและแรงงาน)

การจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่กำหนด ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่นายจ้างต้องแบกรับโทษปรับสูงถึง 200,000 บาทต่อคน และโทษจำคุก บทความนี้สรุปอัตราโทษตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่นายจ้างทุกคนต้องรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย

1. โทษที่นายจ้างต้องเผชิญ (มาตรา 9 และ 102)

กฎหมายไทยกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนและรุนแรงสำหรับนายจ้างที่ฝ่าฝืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณี “รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” หรือ “ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้”

กรณีการกระทำผิดของนายจ้างโทษปรับต่อแรงงาน 1 คนโทษกรณีทำผิดซ้ำ
จ้างแรงงานไม่มี Work Permit (ผิดมาตรา 9) หรือ ทำงานนอกเหนือสิทธิปรับ 10,000 – 100,000 บาทจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทลงโทษเพิ่มเติมห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานอีกเป็นเวลา 3 ปี

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ถือว่า “ผิดกฎหมาย”

  • ไม่มี Work Permit: จ้างแรงงานที่หนีเข้าเมือง, แรงงานที่วีซ่าหมดอายุ, หรือแรงงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่และยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ MOU/BOI
  • ผิดนายจ้าง: จ้างแรงงานที่มี Work Permit กับบริษัท A ให้มาทำงานกับบริษัท B
  • ผิดตำแหน่ง/ท้องที่: จ้างแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เป็น “คนงานก่อสร้าง” แต่ให้ไปทำหน้าที่ “เสมียน” หรือให้ทำงานในจังหวัดอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาต

2. โทษที่แรงงานต่างด้าวต้องเผชิญ (มาตรา 51 และ 101)

แรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ตนมี ก็ต้องรับโทษทางกฎหมายเช่นกัน

กรณีการกระทำผิดของแรงงานต่างด้าวโทษที่ได้รับผลกระทบหลังได้รับโทษ
ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (ผิดมาตรา 51)ปรับ 5,000 – 50,000 บาทถูกส่งกลับประเทศ (Deportation) และ ห้ามขออนุญาตทำงานในไทยเป็นเวลา 2 ปี
ทำงานนอกเหนือสิทธิ ที่ระบุใน Work Permitปรับไม่เกิน 50,000 บาทอาจถูกส่งกลับประเทศ (ตามแต่กรณี)

3. ผลกระทบอื่น ๆ ที่นายจ้างต้องคำนึงถึง

นอกเหนือจากโทษปรับและโทษจำคุกโดยตรง นายจ้างยังต้องเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมที่ส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว

  • เสียภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ: การถูกตรวจสอบและลงโทษเรื่องแรงงานผิดกฎหมายส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบริษัท (Corporate Social Responsibility: CSR)

  • หยุดชะงักของธุรกิจ: หากถูกจับกุมและต้องมีการส่งกลับแรงงานทั้งหมด การผลิตหรือการดำเนินงานของธุรกิจจะหยุดชะงักอย่างรุนแรง

  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: เช่น ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในการต่อสู้คดี, ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานใหม่ที่ถูกกฎหมายแทนแรงงานที่ถูกส่งกลับ

4. การป้องกันความเสี่ยง (สิ่งที่นายจ้างควรทำ)

ในฐานะผู้ประกอบการ คุณควรดำเนินการดังนี้เพื่อให้อยู่ภายใต้กฎหมายและลดความเสี่ยง

  • ตรวจสอบเอกสารอย่างเคร่งครัด: ก่อนรับเข้าทำงานทุกครั้ง ต้องตรวจสอบ Passport/เอกสารเดินทาง และ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้ถูกต้อง และตรวจสอบอายุของเอกสารอย่างสม่ำเสมอ

  • ปฏิบัติตามระบบ MOU เท่านั้น: สำหรับการนำเข้าแรงงานใหม่หรือต่ออายุ ควรดำเนินการผ่านระบบ MOU (Fresh Worker) หรือ MOU-Return เพื่อความถูกต้อง 100%

  • เก็บเอกสารไว้ในมือแรงงาน: นายจ้างต้องไม่ยึดเอกสารสำคัญของแรงงานไว้ เพื่อให้แรงงานสามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ทุกเมื่อที่ถูกเรียกตรวจ (การยึดเอกสารมีโทษปรับ 10,000 – 100,000 บาท)

 

Scroll to Top